วันอังคารที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2555
วันจันทร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2555
ความมหัศจรรย์จากสิ่งธรรมดา ๆ
ความมหัศจรรย์จากสิ่งธรรมดา ๆ
มีเรื่องเล่าในเนทเรื่องหนึ่งว่า ครูคนหนึ่งถามเด็กๆ ในชั้นเรียนว่า อะไรที่เด็กๆ คิดว่าเป็น “สิ่งมหศจรรย์ในโลก” คำตอบมีต่างๆ นานา บางคนก็ว่าปิรามิดของอียิปต์ บ้างก็ว่ากำแพงเมืองจีน บ้างก็คิดว่าน่าจะเป็นนครวัดนครธม . . .
และหลายคนก็เห็นว่ายานอวกาศที่ส่งมนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์เป็นสิ่งมหัศจรรย์ ฯลฯ แต่มีเด็กคนหนึ่งกลับบอกว่า การที่คนเราได้ยิน ได้เห็น ได้กลิ่น ได้รับรส และมีความรู้สึกนึกคิด นี่ซิ คือสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ซึ่งโดยแท้จริงสิ่งที่ว่านี่ ก็คือประสาทสัมผัสทั้งห้า อันเป็นสภาพปกติของร่างกายมนุษย์นั่นเอง คนเราเมื่อมีหู ตา จมูก ลิ้น กาย และใจ ก็สามารถรับรู้สิ่งต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตได้ แล้วทำไมลักษณะปกติธรรมดาที่ว่า จึงจะกลายเป็น “ความมหัศจรรย์” ไปได้ เชื่อว่าหลายๆ คนคงจะรู้สึกแปลกใจ และสงสัยเช่นกัน ซึ่งแท้ที่จริง หากเราจะคิดให้ลึกซึ้ง เราก็คงเห็นด้วยกับความคิดของเด็กที่ว่านี้ เพราะด้วยหู ตา จมูก ลิ้น กายและใจนี่เอง ที่ทำให้ “ชีวิต” ดำรงและดำเนินไปได้อย่างปกติสุข และทำให้เกิดสิ่งมหัศจรรย์ขึ้นในโลก ดังที่กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม จะขอนำเสนอเป็นแนวคิด ดังนี้
และหลายคนก็เห็นว่ายานอวกาศที่ส่งมนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์เป็นสิ่งมหัศจรรย์ ฯลฯ แต่มีเด็กคนหนึ่งกลับบอกว่า การที่คนเราได้ยิน ได้เห็น ได้กลิ่น ได้รับรส และมีความรู้สึกนึกคิด นี่ซิ คือสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ซึ่งโดยแท้จริงสิ่งที่ว่านี่ ก็คือประสาทสัมผัสทั้งห้า อันเป็นสภาพปกติของร่างกายมนุษย์นั่นเอง คนเราเมื่อมีหู ตา จมูก ลิ้น กาย และใจ ก็สามารถรับรู้สิ่งต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตได้ แล้วทำไมลักษณะปกติธรรมดาที่ว่า จึงจะกลายเป็น “ความมหัศจรรย์” ไปได้ เชื่อว่าหลายๆ คนคงจะรู้สึกแปลกใจ และสงสัยเช่นกัน ซึ่งแท้ที่จริง หากเราจะคิดให้ลึกซึ้ง เราก็คงเห็นด้วยกับความคิดของเด็กที่ว่านี้ เพราะด้วยหู ตา จมูก ลิ้น กายและใจนี่เอง ที่ทำให้ “ชีวิต” ดำรงและดำเนินไปได้อย่างปกติสุข และทำให้เกิดสิ่งมหัศจรรย์ขึ้นในโลก ดังที่กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม จะขอนำเสนอเป็นแนวคิด ดังนี้
คู่มือมนุษย์ : เคล็ดลับการอยู่ในโลกโดยปราศจากทุกข์
คู่มือมนุษย์ : เคล็ดลับการอยู่ในโลกโดยปราศจากทุกข์
เคยหรือไม่? เมื่อตื่นขึ้นมาตอนเช้า แล้วรู้สึกเบื่อหน่าย ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร วัน ๆ นอกจากกิน นอน ทำงาน เที่ยวเตร่ อ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง คุยกับเพื่อนกับแฟน ฯลฯ ซ้ำไปซ้ำมาแล้ว ชีวิตมีอะไรเป็นแก่นสารบ้าง สมมุติว่าเรามีเงินมากมายจนไม่ต้องดิ้นรนหาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง มีเกียรติยศชื่อเสียงเป็นที่เคารพนับถือ มีตำแหน่งหน้าที่การงานดี มีครอบครัวที่ดี เรียกว่ามีครบไปหมดซะทุกสิ่งที่ควรมีแล้ว คนๆนั้นยังจะมีความสุขโดยไม่มีทุกข์หรือไม่ ถ้ายังมีทุกข์อยู่อีก เช่นนั้น คนเราจะต้องมีแค่ไหนจึงจะเพียงพอ แค่ไหนจึงจะทำให้มีความสุข โดยไม่เกิดความทุกข์กาย ทุกข์ใจขึ้นอีก ไม่ทุกข์เรื่องนั้น ก็ต้องมาทุกข์เรื่องนี้ หรือมนุษย์เราไม่มีทางหลุดพ้นจากความทุกข์ไปได้ ชีวิตเช่นนี้ เราเคยตั้งคำถามกับตัวเองหรือไม่ว่าจะไปสิ้นสุดเช่นไร และอย่างไร เชื่อว่าหลายๆคนคงเคยคิด คิดแล้วเคยหาคำตอบได้หรือเปล่า หรือเพียงคิด แล้วก็ผ่านเลยไป เพราะมีอะไรต้องทำ ต้องคิดอีกมากมาย และที่สุดแล้วชีวิตก็ยังวนเวียนซ้ำๆซากๆอยู่กับวงจรเดิมๆ เราจะปล่อยให้เป็นเช่นนี้ล่ะหรือ?
คุณธรรมและจริยธรรม
คุณธรรมและจริยธรรม
ปัจจุบันมักจะได้ยินคำกล่าวกันเสมอๆ ถึงเรื่องคุณธรรมและจริยธรรม ดังนั้น จึงขอนำเสนอบทความเกี่ยวกับคุณธรรมและจริยธรรมให้กับสมาชิกทั้งหลายได้รับทราบเพื่อพิจารณา และหากนำไปประพฤติปฏิบัติตามที่น่าจะเกิดประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย
คำว่า คุณธรรม ตามความหมายในพจนานุกรม หมายถึง สภาพของคุณงามความดี ส่วนคำว่า จริยธรรม ตามความหมายแยกออกเป็น 2 คำคือ จริย หมายถึง การประพฤติปฏิบัติ และ ธรรม หมายถึง คุณความดี ความจริง ความถูกต้อง,กฎ,กฎเกณฑ์,กฎหมาย หลักคำสอนในศาสนาหากจะสรุปรวมทั้งคุณธรรม และจริยธรรม ตามความเข้าใจของผู้เรียบเรียงคงหมายถึง การประพฤติปฏิบัติตนให้ตั้งมั่นอยู่ในความดี ทั้งกาย วาจา และใจ ดังนั้นเมื่อมีการกล่าวถึงคำว่าคุณธรรมก็มักจะกล่าวถึงคำว่าจริยธรรมรวมกันไปด้วย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
